IDG

กระบวนกรพัฒนาภายใน

กระบวนกรพัฒนาภายใน​ จงเป็นความเปลี่ยนแปลง ที่คุณอยากเห็นบนโลกใบนี้ มหาตมะ คานธี กระบวนกรคือใคร กระบวนกร หรือ วิทยากรกระบวนการ ถอดค่ามาจากภาษาอังกฤษที่ว่า Facilitator โดยมีรากจากคําว่า Foxcite แปลว่า ง่าย หรือ สะดวก คําว่า Facilitator จึงหมายความว่า ผู้ทําให้ง่าย หรือ ผู้อํานวย ความสะดวก ดังนั้น กระบวนกร ที่เราใช้เรียกกันตามนัยนี้ จึงหมายถึงผู้ที่ ใช้กระบวนการเพื่อเอื้ออํานวยให้กลุ่มสามารถเกิดการเรียนรู้หรือทํางานกับเนื้อหาที่จําเป็น จนนําไปสู่การบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กลุ่มได้ตั้งไว้ โดยกระบวนกรไม่มีหน้าที่ในการป้อนข้อมูลความรู้ใด ๆ ให้ในสถานการณ์นั้น กระบวนการคือคนที่สมาชิกทุกคนของกลุ่มให้การยอมรับ มีความเป็นกลางโดยแท้และไม่มีอํานาจในการตัดสินใจ กระบวนกรจะอาศัยการทํากระบวนการเพื่อช่วยให้กลุ่มสามารถกําหนดปัญหา แก้ปัญหาและหาฉันทามติ ส่งผลให้กลุ่มเรียนรู้หรือทํางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง จากความหมายข้างต้น กระบวนกรจึงมีภาระหน้าที่ได้หลากหลายประการ เช่น ออกแบบกิจกรรมรวมถึงกระบวนการฝึกอบรมให้สอดคล้อง กับเป้าหมายที่กลุ่มต้องการ นําพากลุ่มให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเชิง ประสบการณ์ เอื้ออํานวยกระบวนการเรียนรู้ให้ไปสู่เป้าหมาย สร้างพื้นที่ ปลอดภัย ความไว้วางใจ และสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดให้เกิดขึ้นในกลุ่ม อ่าน พลังกลุ่ม เปิดพื้นที่การสื่อสารและการตัดสินใจร่วมกัน ถอดบทเรียนของ กลุ่ม […]

We Oneness

15/05/2024

การฝึกปฏิบัติเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง

การฝึกปฏิบัติเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง การรับมือกับอารมณ์เชิงลบ เราสามารถอาศัยทักษะความฉลาดทางอารมณ์เพื่อรับมือเบื้องต้นกับอารมณ์เชิงลบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์โกรธ หรืออารมณ์อิจฉาได้ เพื่อทําให้มันสงบตัวลงจนไม่รบกวนเราจนเกินไป เมื่อรู้ตัวว่าเกิดอารมณ์เชิงลบขึ้น ให้ถ่วงเวลาหรือหันเหความ สนใจออกไปชั่วคราว เช่น นับหนึ่งถึงสิบ นําความใส่ใจมาอยู่ กับลมหายใจ หรือหันไประลึกถึงสิ่งที่ทําให้เราสบายใจและ มั่นคง เช่น ธรรมชาติ หรือสิ่งดีงามที่เคารพ ลองพิจารณาสถานการณ์ของอารมณ์นั้นด้วยมุมมองอื่น ๆ เช่น พิจารณาตามข้อเท็จจริง มองดูด้วยสายตาของคนอื่น ถอยห่าง ออกมาเพื่อให้เห็นภาพรวม หรือมองหาสารประโยชน์จาก เหตุการณ์นั้น ลดโอกาสของการปะทะกับอารมณ์นั้นให้เหลือน้อยที่สุด เช่น จํากัดเวลาที่ต้องพบกับบุคคลที่เป็นต้นเหตุ เลือกเวลาและ สถานที่ที่เหมาะสมหากต้องพบ ตั้งประเด็นการสนทนาและ จังหวะเวลาที่เราสามารถควบคุมได้ ฝึกการอ่านภาษากาย เช่น การเท้าสะเอว กอดอก พูดตั้งและ เร็ว กําหมัด จ้องตา เวลาโกรธ หรือการยิ้ม ปล่อยแขนขาตาม สบาย สายตาผ่อนคลาย สบตานาน เวลามีความสุข หรือการ อยู่ไม่นิ่ง หายใจเร็ว เวลาว้าวุ่นใจ […]

We Oneness

15/05/2024

การฝึกปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะความมีใจกรุณา

การฝึกปฏิบัติเพื่อบ่มเพาะความมีใจกรุณา เมตตาภาวนา เมตตา หมายถึงความรักความปรารถนาดีที่อยากให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา หมายถึงความเห็นอกเห็นใจที่อยากช่วยทําให้ผู้อื่นพ้นจาก ความทุกข์ มุทิตา หมายถึงความเบิกบานยินดีต่อผู้อื่นที่ได้เห็นว่าเขาได้ดีมีสุข อุเบกขา หมายถึงการวางใจเป็นกลาง ไม่ผลักไส ไม่ดึงดูด ยอมรับ ต่อผลตามเหตุตามปัจจัย คุณธรรมทั้งสี่ คือคุณธรรมในพรหมวิหารที่ช่วยยกระดับจิตใจของ มนุษย์ให้สูงขึ้น เป็นแนวทางที่ช่วย ให้เราอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขอีกทั้งช่วยปลดปล่อยจากความยึดติดในอัตตาตัวตนของเราเอง การฝึก ปฏิบัติเมตตาภาวนา อาจเริ่มต้นจากการฝึกเจริญสติกับร่างกายและลมหายใจ จนคุ้นเคยมาระดับหนึ่งก่อน และเมื่อเราเริ่มสงบและตั้งมั่นได้แล้ว จึงเข้าสู่ การฝึกในขั้นตอนต่อไป ดังนี้ อยู่ในอิริยาบถ งสมาธิ นําความใสใจกลับมาอยู่ที่ร่างกายและ ลมหายใจจนรู้สึกสงบและเป็นสุข จากนั้นระลึกถึงความรักความเมตตาที่ตนเองเคยทําให้แก่ผู้อื่นหรือคนแปลกหน้าโดย ที่ไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ สัมผัสถึงความสุขความเบิกบานที่ได้ ท่าเช่นนั้นในตอนนั้น และดํารงอยู่ในความรู้สึกนั้นสักครู่หนึ่ง จินตนาการถึงคนคนหนึ่งที่เรารัก เช่น พ่อแม่ ลูกหลาน ญาติ พี่น้อง เพื่อน หรือครูบาอาจารย์ นําความใส่ใจมาอยู่กับคนคนนี้ จินตนาการว่าคนคนนี้กําลังนั่งอยู่ต่อหน้าเรา มองให้เห็น ใบหน้า นัยน์ตา และท่าทางของเขาอย่างแจ่มชัด จากนั้นเปิด หัวใจของเราให้กว้างเพื่อส่งมอบความรัก ความเมตตากรุณา […]

We Oneness

15/05/2024

การฝึกปฏิบัติเพื่อการสื่อสารอย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์

การฝึกปฏิบัติเพื่อการสื่อสารอย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์ การสะท้อนความรู้สึก ความรู้สึก คือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งทางกายและทางใจ อัน เป็นผลมาจากความต้องการที่ได้รับหรือไม่ได้รับการตอบสนอง อีกนัยหนึ่ง ความรู้สึกเป็นสัญญาณเตือนที่มีคุณค่าที่มาบอกกับเราว่า ลึก ๆ ความต้องการ ของเรากําลังได้รับการตอบสนองอยู่หรือไม่ ความรู้สึกจึงมีความสําคัญใน แง่ที่บ่งชี้ว่า เราทุกคนคือมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ และแม้ว่าคําพูดหรือการ กระทําของคนอื่นจะเป็นเพียงตัวกระตุ้นให้เรารู้สึกอย่างไร แต่จริง ๆ แล้ว โลกภายในของตัวเราเองต่างหากที่ก่อให้เกิดความรู้สึกหนึ่ง ๆ ขึ้นมา ดังนั้น การระมัดระวังที่จะไม่กล่าวโทษคนอื่นและกลับมารับผิดชอบต่อความรู้สึก ของตัวเราเอง ก็คือหนทางของการฝึกฝน และหนทางของการฝึกฝนนี้ ประกอบด้วย ศึกษาคลังคําศัพท์ของความรู้สึกไว้ (ค้นคว้าเพิ่มเติมได้ใน ภาคผนวก) เพื่อช่วยให้เราสามารถสื่อสารถึโลกภายในของ เราได้อย่างหลากหลาย มีสีสัน และถูกต้องตรงใจได้มากขึ้นรวมถึงช่วยเปิดประตูใจของคู่สนทนาให้เกิดความเข้าใจในกันและกันได้มากยิ่งขึ้น ฝึกที่จะแยกแยะให้ได้ระหว่างความรู้สึกกับความคิด เพื่อที่ว่าเวลาจะสื่อสารถึงความรู้สึก จะได้ใช้คําที่บ่งบอกถึงความรู้สึก ไม่ใช่ความคิด ฝึกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองในขณะนั้น ๆ ระหว่างที่ ดําเนินชีวิตประจําวัน โดยเริ่มจากสองบอกความรู้สึกด้านบวก ดูก่อน เช่น ตอนที่ได้ทําสิ่งดี ๆ ช่วยเหลือคนอื่น ในการพูด ขอให้เริ่มต้นแต่ละประโยคด้วยคําว่า “ฉัน” โดยพูดว่า “เมื่อ […]

We Oneness

15/05/2024

การฝึกปฏิบัติเพื่อดํารงอยู่ร่วมอย่างสัมพันธ์เชื่อมโยง

การตระหนักรู้ทางอายตนะทั้งหก อายตนะทั้งหก คือประตูของเราที่ใช้รับรู้และเชื่อมต่อกับโลก ภายนอก ประกอบด้วย ตา หู จมูก ช่องปาก ผิวกาย และจิตใจ การฝึกการตระหนักรู้ทางอายตนะทั้งหกเป็นการฝึกให้ตนเองอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับสิ่งรอบตัว และรับรู้สิ่งที่อยู่ตรงหน้า นํามาสู่ศักยภาพในการเชื่อมโยงกับตัวเองได้มากขึ้น นําตัวเองออกไปอยู่ในสถานที่ที่รู้สึกชอบหรือสบายใจ โดยไป แต่ตัวพร้อมปากกากับสมุดจด ไม่ต้องนําสัมภาระอื่น ๆ ติดตัว ไปด้วย เมื่อพบแล้วขอให้นั่งลงอยู่ตรงนั้นโดยไม่เปลี่ยนที่อีก ตลอดการฝึกปฏิบัติ (ประมาณ 30 นาที) เริ่มต้นจากการผ่อน คลายและปล่อยวางเรื่องราวต่าง ๆ ในใจลง กลับมาใส่ใจรับรู้สิ่ง ต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว โดยจะทําผ่านทางอายตนะที่ละอายตนะ (อายตนะละประมาณ 5 นาที) เริ่มจากอายตนะ “ตา” เปิดการรับรู้ทางการมองเห็น ลองดูว่า เราเห็นอะไรบ้างในขณะนั้น เปิดรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ทางช่องทางตาของเรา ทั้งแสง สี รูปร่าง หรือการเคลื่อนไหวไป มาของสิ่งต่าง ๆ เปิดการรับรู้ให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่สิ่งที่เล็กที่สุด ไปถึงสิ่งที่ใหญ่ที่สุด […]

We Oneness

15/05/2024

การฝึกปฏิบัติเพื่อเจริญสติ ตระหนักรู้ และเท่าทันสภาวะภายใน

การฝึกปฏิบัติเพื่อเจริญสติ ตระหนักรู้ และเท่าทันสภาวะภายใน การนั่งสมาธิ ท่านั่ง เป็นอิริยาบถหลักของการฝึกสติ ด้วยเป็นท่าที่ให้ความ มั่นคงและผ่อนคลายได้อย่างพอดี ๆ ในเวลาเดียวกัน การนั่งที่เกื้อกูลการ ทําสมาธิประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 อย่าง ได้แก่ การหยั่งลงดิน (Grounding) หมายถึงการทิ้งน้ําหนักทั้งหมด ลงผ่านจุดสัมผัสต่าง ๆ ที่ร่างกายสัมผัสกับพื้นอย่างเต็มที่ ประหนึ่งต้นไม้ที่หยั่งรากแก้วลงสู่ผืนดิน นํามาซึ่งการปักหลักและมั่นคงทางกาย ความสมดุล (Balance) หมายถึงการปรับร่างกายให้ตั้งตรงไม่ เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าทางซ้ายขวาหรือหน้าหลังทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายอยู่ในตําแหน่งที่พอดี ๆ ไม่มีจุดใดที่ต้องตึง เกร็งหรือรับนํ้าหนักมากเกินไป ความผ่อนคลาย (Relaxation) หมายถึงการปลดคลายความตึง เครียดในกล้ามเนื้อต่าง ๆ ออกไป เหลือไว้แต่ความผ่อนคลาย ในทุกส่วนของร่างกายอย่างสมบูรณ์ การปรับแนว (Alignment) หมายถึงการตั้งแกนของร่างกาย ตั้งแต่ก้นกบถึงคอให้อยู่ในแนวเส้นตรง และเชื่อมต่อเป็นแนวเดียว จากจุดศูนย์กลางของโลกเบื้องล่างสู่กลางท้องฟ้าเหนือ ศีรษะด้านบน ทั้งนี้เพื่อช่วยให้พลังในร่างกายไหลเวียนขึ้นลง ได้คล่องไม่ติดขัด การนั่งสมาธิเป็นไปเพื่อฝึกนําการตระหนักรู้ทั้งหมดกลับมาอยู่ที่ ตัวเรา (ทั้งกายและจิตใจ) ในปัจจุบัน luctus nec ullamcorper […]

We Oneness

06/05/2024